กระทรวง ‘บริษัท ‘ เกี่ยวกับการเดินป่า SSF ที่เสนอ

สปส.อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับเพดานเงินประกันสังคมจากผู้ประกันตน จากเดิมสูงสุด 750 บาทเป็นสูงสุด 1,000 บาท ชี้ได้ประโยชน์เพิ่ม ทั้งเจ็บป่วย ทุพลภาพ คลอดบุตร ว่างงาน หรือเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.)อยู่ระหว่างการดำเนินการ การปรับขยายเพดานเงินเดือน เพื่อเพิ่มอัตราการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในมาตรา 33 จากฐานเงินเดือน 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท หรือเก็บจาก 750 บาท เป็น 1,000 บาท จากทั้งนายจ้างและลูกจ้างในอัตราที่เท่ากัน

กล่าวคือ จากเดิมฐานเงินเดือนสูงสุดตามเกณฑ์จะอยู่ที่ 15,000 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 750 บาท แต่เมื่อปรับฐานเงินเดือนสูงสุดเป็น 20,000 บาท จะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

เงินเดือนต่ำกว่า 16,000 บาท จ่ายสมทบ 750 บาท

เงินเดือน16,000 – 20,000 บาท จ่ายสมทบ 800 บาท

เงินเดือน 20,000 บาทขึ้นไป จ่ายสมทบ 1,000 บาท

นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน บอกว่า การขยายเพดานเงินเดือนสูงสุดเป็น 20,000 บาท คิดอัตราเท่าเดิมที่ร้อยละ 5 จะทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 ประเภทเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต ว่างงานเพราะลาออกหรือเลิกจ้าง

ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ประกันตนมีฐานเงินเดือนสูงสุดที่ 20,000 บาท จะจ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,000 บาท ประกันสังคมจ่ายชดเชยกรณีเจ็บป่วยและทุพพลภาพ 10,000 บาท หากคลอดบุตรจะได้ 30,000 บาท ส่วนเงินสงเคราห์กรณีเสียชีวิต ถ้าจ่ายเงินสมทบครบ 10 ปี จะได้ 120,000 บาท เงินชราภาพได้ 4,000 บาทต่อเดือน และหากว่างงานเพราะลาออกจะได้ 6,000 บาท แต่ถ้าถูกเลิกจ้างจะได้ 10,000 บาท

ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า เมื่อต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคมก็ต้องพัฒนาหรือปรับปรุงบริการให้ดีขึ้นด้วย

ส่วนนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า การขยายเพดานเงินเดือนให้ผู้ประกันตนเป็นเรื่องที่ดี และไม่เชื่อว่าจะกระทบผู้ประกอบการมากนัก เนื่องจากเป็นการจ่ายเงินสมทบในอัตราเท่ากันทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งกฎหมายกำหนดเพดานอัตราการจ่ายเงินสมทบสูงสุดอยู่แล้ว